ในยุคที่ Artificial intelligence (AI) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที และสร้างภาพที่สมจริงจนแยกไม่ออก
เราอาจเข้าใจว่าเทคโนโลยีกำลังทำให้มนุษย์หมดความสำคัญ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า ทักษะความเป็นมนุษย์ยิ่งมีค่า โดยเฉพาะทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรม
ความเข้าใจผิดที่น่าตกใจคือ หลายคนเชื่อว่าเทคโนโลยีจะช่วยแก้ปัญหาจริยธรรมของสังคม แต่ความจริงแล้ว AI ไม่มีจริยธรรมในตัวเอง
แต่ AI เพียงแค่สะท้อนค่านิยมของผู้สร้างและข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน เมื่อเผชิญกับคำถามว่า “ควรโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของเพื่อนหรือไม่” AI จะไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องเด็ดขาดได้ เพราะคำถามเชิงจริยธรรมต้องการการชั่งน้ำหนักค่านิยม บริบท และผลกระทบที่ซับซ้อน
จากงานวิชาการเรื่อง “การสอนทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมในระดับอุดมศึกษา” พบว่า ทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นทักษะที่สามารถสอนและเรียนรู้ได้ ทักษะนี้หมายถึงความสามารถในการระบุมิติทางจริยธรรมของปัญหา รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ชั่งน้ำหนักทางเลือกต่าง ๆ และตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักการทางจริยธรรมและเหตุผล
น่าประหลาดใจที่ในขณะที่โลกกำลังเร่งพัฒนา AI ให้ฉลาดขึ้น แต่กลับละเลยการพัฒนาปัญญาทางจริยธรรมของมนุษย์ ทั้งที่ผลสำรวจจากบริษัท Hart Research Associates พบว่า ผู้จัดการฝ่ายจัดจ้างบุคลากรร้อยละ 87 และผู้บริหารในภาคธุรกิจร้อยละ 77 มองว่าการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมเป็นทักษะสำคัญที่บัณฑิตพึงมี
อุปสรรคสำคัญของการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมคือ แนวโน้มตามธรรมชาติของมนุษย์เราที่จะคิดเข้าข้างตนเอง เราถูกตั้งโปรแกรมทางชีววิทยาให้มองหาประโยชน์ส่วนตัวก่อนเสมอ ยิ่งในยุคที่ข้อมูลท่วมท้นและสื่อสังคมออนไลน์สร้าง “ห้องเสียงสะท้อน (Echo Chamber)” ที่ตอกย้ำความเชื่อเดิมของเรา การฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณและมีจริยธรรมยิ่งทำได้ยากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยียังสร้างความท้าทายทางจริยธรรมรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ใครควรรับผิดชอบเมื่อรถยนต์ไร้คนขับเกิดอุบัติเหตุ? การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการตลาดมีขอบเขตแค่ไหน? หรือการตัดต่อภาพและวิดีโอด้วย AI อย่างแนบเนียนจนแยกไม่ออกส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลอย่างไร?
ข่าวดีคือ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมสามารถสอนได้
วิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพควรผสมผสานระหว่างการบรรยายเพื่อให้ความรู้พื้นฐานและการใช้กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จริง การเรียนรู้ผ่านการอภิปรายกลุ่ม และการวิเคราะห์กรณีศึกษาจะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกประยุกต์ใช้หลักการทางจริยธรรมในสถานการณ์ที่หลากหลาย
ในยุคที่ AI สามารถเขียนโค้ดและสร้างงานศิลปะได้ แต่ไม่สามารถตัดสินว่าอะไรถูกผิด ทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมจึงเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากเครื่องจักร และเป็นทักษะที่ไม่มีวันล้าสมัย ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน
สถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะนี้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา ไม่เพียงเพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับตลาดงาน แต่ยังเพื่อสร้างพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและสังคมที่มีจริยธรรม
สำหรับผู้ที่พ้นวัยเรียนแล้ว การพัฒนาทักษะการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมยังทำได้ผ่านการอ่านวรรณกรรมที่มีประเด็นทางจริยธรรม การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการตั้งคำถามกับความเชื่อและการกระทำของตนเองอยู่เสมอ
ในโลกที่เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และอัตโนมัติมากขึ้น เราต้องไม่ลืมว่าการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดยังคงต้องอาศัยสิ่งที่เป็นแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ นั่นคือ ความสามารถในการแยกแยะถูกผิด และความกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะยากก็ตาม
แหล่งข้อมูล