สหรัฐฯเอาจริง! สั่งให้การโทร Robocall ที่ใช้ AI เลียนเสียง ผิดกฎหมาย

Loading

หลังเกิดประเด็นมีการใช้ Robocall ที่ใช้ AI เลียนเสียง ปลอมเป็นประธานาธิบดี โจ ไบเดน ล่าสุดหน่วยงานรัฐบาลกลางที่ควบคุมการสื่อสารในสหรัฐได้ประกาศดำเนินคดีกับการใช้ Robocall ที่ใช้เสียงที่สร้างโดย AI ผิดกฎหมาย

AI เลียนเสียง อันตรายหลอกลวงเหมือนจริง

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี Deepfake ซึ่งใช้ AI เพื่อสร้างวิดีโอหรือ AI เลียนเสียงของบุคคล ด้วยการจำลองใบหน้า ร่างกาย หรือเสียง ได้กลายเป็นข้อกังวลหลักทั่วโลก หลังมีความสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา , สหราชอาณาจักร และอินเดีย เนื่องจากอาจมีการใช้เทคโนโลยีนี้ ใส่ร้ายหรือโจมตีผู้สมัครเพื่อหวังผลทางการเมืองได้

และเหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นจริง โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ร้องเรียนว่า ได้รับ Robocalls ที่แอบอ้างเป็นประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของประธานาธิบดีของรัฐ เรียกร้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ออกไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งขั้นต้น ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงการเมืองสหรัฐ

Robocall คืออะไร

Robocall หรือ ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ที่ระบบจะโทรอัตโนมัติไปหาผู้คนจำนวนมาก ด้วยข้อความและเสียงที่ถูกคำสั่งป้อนไว้ มักใช้เพื่อกิจกรรมหรือหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ปัจจุบันถูกนำมาใช้มากขึ้นในกลุ่มผู้ไม่หวังดี มิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซนเตอร์

สหรัฐฯ เอาผิดการโทร Robocall ที่ใช้ AI เลียนเสียง ผิดกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) ได้ประกาศว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย และให้อำนาจรัฐในการดำเนินคดีกับผู้ไม่ประสงค์ดีที่อยู่เบื้องหลัง โดยระบุว่าจะมีผลทันที

“คนร้ายกำลังใช้ AI เลียนเสียงที่สร้างขึ้นใน Robocalls ที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อขู่กรรโชกสมาชิกในครอบครัวที่อ่อนแอ เลียนแบบคนดัง และให้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง” เจสซิกา โรเซนวอร์เซล ประธาน FCC กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี

“เรากำลังดำเนินคดีผู้ฉ้อโกงที่อยู่เบื้องหลัง Robocall เหล่านี้”

FCC กล่าวว่าการโทรด้วยการใช้เสียงที่สร้างโดย AI อาจทำให้ผู้บริโภคสับสนด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง โดยการเลียนแบบบุคคลสาธารณะ และในบางกรณีอาจรวมถึงสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดด้วย

ซึ่งอัยการสูงสุดของรัฐสามารถดำเนินคดีกับบริษัทและบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเรียกร้องอาชญากรรม เช่น การหลอกลวงหรือการฉ้อโกง และการใช้เสียงที่สร้างโดย AI ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC)  ได้ ขอข้อมูลจากทั่วประเทศเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI ในการสื่อสารกับผู้บริโภค และในช่วงกลางเดือนมกราคม FCC ได้รับหนังสือที่ลงนามโดยอัยการสูงสุดจาก 26 รัฐ เพื่อขอให้หน่วยงานดำเนินการจำกัดการใช้ AI ในการโทรศัพท์เพื่อการตลาด

มิเชล เฮนรี อัยการสูงสุดของเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวดังกล่าวระบุว่า “เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าและขยายตัว เกือบทุกนาที และเราต้องแน่ใจว่าการพัฒนาใหม่ๆเหล่านี้จะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อ หลอกลวง หรือบงการผู้บริโภค”

ทั้งนี้ ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เทคโนโลยี DeepFake มีความสมจริงมากขึ้น จนสามารถสร้างคลิปภาพและเสียงได้สมจริงมากขึ้นจนแยกแทบไม่ออก แม้จะมีระบบในการตรวจสอบว่า คลิป ภาพ เสียง ถูกสร้างจากเทคโนโลยี AI หรือไม่ แต่ต้องใช้เวลาและเครื่องมือชั้นสูงในการตรวจสอบ

ดังนั้น เราจึงต้องใช้ “วิจารณญาณ”  ก่อนจะเชื่อภาพที่เราเห็น เสียงที่เราได้ยิน ในโลกออนไลน์ ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายหรือผู้ไม่หวังดีได้

แหล่งข้อมูล

https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/847801


Smart City Thailand : 02 054 7755
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210