ผลวิจัยเผย ประเทศไทยสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในอาเซียน

 316 total views

เมื่อการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ณ เวลานี้ทั้งผู้ประกอบการและผู้คนทั่วโลกจึงต่างตื่นตัว หันมาสนใจยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น และที่น่าส่งเสริมคือคนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่มิน้อย เพราะถ้าดูจากผลสำรวจเทรนด์ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยประจำปี 2564 (ซึ่งจัดทำโดย นิสสัน อาเซียน ร่วมมือกับ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน) พบว่า…

ผู้บริโภคชาวไทยมีความสนใจ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน โดยผลวิจัยชี้ให้เห็นถึง 3 เทรนด์หลักที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้แก่ ความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ความเข้าใจดีในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และกระแสที่กำลังมาของอี-พาวเวอร์ (e-POWER)

ซึ่งงานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2561 เพื่อเก็บข้อมูลเปรียบเทียบผู้บริโภคในประเทศต่าง ๆ

จากนั้นในเดือน ก.ย. 2563 บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ได้ทำการศึกษาอีกครั้งผ่าน 6 ตลาดในภูมิภาคอาเซียน (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม) จนพบว่ามีจำนวนร้อยละ 43 ของผู้ใช้รถยนต์ในไทย ตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หากต้องซื้อรถยนต์คันต่อไปในอีก 3 ปีข้างหน้า ผลสำรวจยังระบุอีกว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมีความกระตือรือร้นในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยมีจำนวนผู้ที่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงวิธีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 53 นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 33 ของผู้ร่วมตอบแบบสำรวจ จะเลือกพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา

ส่วนปัจจัยอันดับต้นๆ ในประเทศไทยที่ทำให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าพบว่า ร้อยละ 90 ของผู้ใช้รถตระหนักว่า ‘รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคอาเซียน (ร้อยละ 88)

ขณะที่หนึ่งในเทรนด์น่าจับตามองในอนาคตสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่ เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ที่ขับขี่โดยไม่ต้องชาร์จไฟฟ้าจากภายนอก ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนผลการสำรวจนี้คือ ร้อยละ 76 ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยระบุว่า อุปสรรคต่อการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า คือ สถานีชาร์จไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีมากขึ้นในเขตบริเวณที่พักอาศัย และความกังวลเกี่ยวกับระบบแท่นชาร์จไฟฟ้าตามแหล่งสาธารณะ (ร้อยละ 47)

นอกจากนี้ งานวิจัยผู้บริโภคใน 6 ภูมิภาคอาเซียน พบว่า จำนวนร้อยละ 66 ของผู้บริโภคในภูมิภาคเชื่อว่าพวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการหันมาใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ เพราะสิ่งนี้กำลังจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในอนาคตอันใกล้

แหล่งข้อมูล
https://www.facebook.com/BLTBangkok/photos/a.1758373324425336/2853126291616695/


Smart City Thailand : 02 054 7755 , 08 6984 3245
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210