เตรียมสนุกและรับมือกับ ‘AI ระบุตำแหน่ง’ ที่คุณเพียงแค่โยนรูปถ่ายให้ไป มันจะระบุตำแหน่งในรูปได้ระดับ GPS

Loading

ปี 2023 เป็นปีที่เทคโนโลยี AI สร้างความตื่นเต้นทั้งปีจนถึงปี 2024 นี้เทคโนโลยี AI สำหรับทำรูปก็กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่คนทั่วไปใช้งานกันได้เป็นปกติแล้ว

ซึ่งบางคนก็อุตริเอาเทคโนโลยีพวกนี้ไปสร้างภาพล่อแหลมใส่หน้าคนจริงแนว DeepNude นอกจากนี้พวก AI สำหรับโคลนเสียงที่เล็งกันว่าจะมาแรงต้นปี ก็ทำให้หลายฝ่ายห่วงกันไปทั่ว เพราะตอนนี้ต้นทุนการ ‘โคลนเสียง’ มันถูกมาก และก็ยังไม่มีกฎหมายอะไรในโลกที่ห้ามคนโคลนเสียงผู้อื่นได้ แต่ AI ก็ยังไม่หยุดพัฒนา และเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่ปีนี้น่าจะแพร่หลายในวงกว้างแน่ๆ ในปี 2024 นี้ก็คือ ‘AI ระบุตำแหน่ง’

AI ระบุตำแหน่ง ไอเดียก็ง่ายๆ คือเป็น AI ที่เราโยนรูปให้มันไป แล้วมันก็จะบอกว่ารูปนี้ถ่ายที่ไหน ซึ่งตอนนี้มีโผล่มาเยอะมาก เพราะจริงๆ มันเป็นเทคโนโลยีแบบง่ายๆ เลย โดยมีข่าวว่านักศึกษาอเมริกัน 3 คนเคยทำ AI แบบนี้เป็นโปรเจกต์ส่งอาจารย์ด้วยซ้ำ โดยขนาดโปรเจกต์ส่งอาจารย์ขำๆ (ที่ใช้รูปจาก Google Street View ประมาณ 500,000 รูป เพื่อเทรน AI) จนสามารถระบุ ‘ประเทศ’ ได้แม่นยำถึง 95 เปอร์เซ็นต์ (แม้ว่ามันอาจปักตำแหน่ง GPS ผิดไปเกือบ 100 กิโลเมตร) และก็ไม่ต้องบอกว่าถ้าคนพัฒนาเทคโนโลยีพวกนี้แบบซีเรียส มันจะระบุตำแหน่งได้แม่นยำแค่ไหน

ซึ่งอธิบายมาแบบนี้ มันไม่เห็นภาพ ลองไปใช้งานดูได้ที่ https://geospy.web.app/ วิธีเล่นก็ไม่มีอะไรมาก แค่ลองใช้รูปสักรูปในมือถือหรือจากคอมพิวเตอร์ อัปโหลดให้มันดู แล้วดูว่ามันระบุตำแหน่งได้ตรงไหม แค่นั้นแหละ

ถ้าลองแล้วหลายคนก็อาจรู้สึกว่า เออ มันก็ไม่ตรงเท่าไหร่นี่หว่า แต่บางคนก็อาจรู้สึกว่า เฮ้ย มันรู้ได้ยังไง เพราะเราไม่บอกอะไรมันเลย อัปโหลดแต่ภาพ และมันก็บอกได้ว่าเราอยู่ในประเทศไทย หรือในกรุงเทพฯ และถึงแม้ว่ามันอาจจะบอกถนนผิด แต่ก็อาจบอกผิดเป็นถนนฝั่งตรงข้ามอะไรเท่านั้นเอง

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะทันทีที่เทคโนโลยีนี้โผล่ขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวก็เป็นกังวลทันทีว่า มันอาจนำไปใช้ในการละเมิดความเป็นส่วนตัวได้ เช่นการเอาไประบุตำแหน่งของภาพที่คนไม่อยากให้รู้ว่าถ่ายที่ไหน แต่อีกด้านคนก็มองว่ามันอาจนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยระบุภาพถ่ายที่คนถ่ายลืมไปแล้วว่าถ่ายที่ไหน ไปจนถึงการช่วยพวกนักข่าวจนถึงนักวิชาการระบุตำแหน่งของภาพที่ได้มาโดยไม่มีรายละเอียด หรือกระทั่งช่วยเจ้าหน้าที่รัฐหาเบาะแสของคนหายอะไรเหล่านี คือมันอาจมีโทษก็ได้ และอาจมีประโยชน์ก็ได้ ดังเช่นเทคโนโลยีที่ทรงพลังประเภทอื่นๆ นั่นเอง

แต่ที่แน่นอน สิ่งที่จะเกิดแน่ๆ ก็คือ เทคโนโลยีนี้จะเป็นเทคโนโลยีที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ไม่ยาก และนั่นหมายความว่า ภาพทั้งหมดที่คุณถ่ายและเผยแพร่เอาไว้โดยคุณไม่ได้ระบุตำแหน่ง มันก็อาจถูกนำมาระบุตำแหน่งได้โดยใครก็ได้ที่สามารถเข้าถึงภาพดังกล่าว

ดังนั้น เบื้องต้นก็คือ ถ้าคิดว่ามีภาพไหนที่เคยโพสต์แล้วไม่อยากให้คนรู้ว่าถ่ายที่ไหน ก็รีบลบทิ้งไปก่อน และอนาคตต่อๆ ไปก็ควรระมัดระวังกับอะไรที่จะโพสต์ลงโลกออนไลน์ให้มากขึ้นนั่นเอง

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/photo/?fbid=927166962304974&set=a.811136580574680


Smart City Thailand : 02 054 7755
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210