ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงาน ร้าน Family Mart เลยใช้หุ่นยนต์เติมสินค้าแทนคน

Loading

สังคมญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาจากสภาวะสังคมผู้สูงอายุอย่างหนักที่สุด ซึ่งทำให้ในทางเศรษฐกิจเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ‘ระดับล่าง’ ที่มักจะเป็น ‘เด็กจบใหม่’ หรือผู้ที่มีการศึกษาไม่สูง และ งานพวกนี้คืองานตามพวก ‘ร้านสะดวกซื้อ’ ซึ่งผลจากการขาดแคลนแรงงานเหล่านี้เริ่มมีตั้งแต่ปี 2017 เห็นได้จากร้าน Family Mart ในหลายสาขาไม่สามารถเปิด 24 ชั่วโมงได้ เพราะไม่มีใครอยากทำงานกะดึกอีกแล้ว

แม้เวลาจะผ่านมา 5 ปี ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ภาวะขาดแคลนแรงงาน มีแต่จะหนักขึ้น ซึ่งในบางประเทศแถบตะวันตกจะแก้ปัญหานี้ด้วยการเพิ่มการรับผู้อพยพ แต่สังคมอย่างญี่ปุ่น ความคิดเรื่องการรับผู้อพยพเพิ่มเพื่อมาทดแทนแรงงานไม่อยู่ในสารบบความคิดของสังคมญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไร

และ ‘ทางแก้’ สไตล์ญี่ปุ่นคือ ใช้หุ่นยนต์เป็นแรงงานแทนคน

โรงงานทั้งหลายในญี่ปุ่นก็เริ่มเดินไปในทางนี้เยอะขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือเดือนกันยายน 2022 นี้ ทางร้านสะดวกซื้อเจ้าดังในญี่ปุ่นอย่าง Family Mart ก็จะมีการเริ่มใช้ ‘หุ่นยนต์’ ในการทำงานร้านสะดวกซื้อแทนคนแล้ว ซึ่งหุ่นยนต์นั้นจะรับหน้าที่ทำงานน่าเบื่ออย่างการเติมขวดเครื่องดื่มในตู้เย็นที่พร่องไป

ซึ่งถ้าใครเคยมองเข้าไปในตู้แช่เครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อบางแห่งก็จะเห็นว่า จริงๆ ‘ตู้แช่’ มันคือห้องเย็นใหญ่ๆ ที่มีทั้งสต็อคของ และเครื่องดื่มที่โชว์ ซึ่งถ้าเครื่องดื่มถูกหยิบไป รางเครื่องดื่มที่ลาดเอียงมาด้านหน้าก็จะเอื้อให้เครื่องดื่มด้านหลังเลื่อนเข้ามา ซึ่งถ้าคนหยิบไปเรื่อยๆ ก็จะหมด พนักงานต้องเข้าไปหยิบของในตู้แช่มาเติม เป็นงานน่าเบื่อแท้ๆ จึงไม่แปลกที่มีความคิดที่จะให้ ‘หุ่นยนต์’ ทำแทน

และหุ่นยนต์ที่ว่านี้เป็นของบริษัท Telexistence ชื่อรุ่นว่า TX SCARA (ตัว TX ย่อจากชื่อบริษัท และ SCARA คือตัวย่อของ Selective Compliance Assembly Robot Arm) โดยจะมีการติดตั้งนำร่องใน Family Mart 300 สาขาทั่วญี่ปุ่น ซึ่งหุ่นยนต์แต่ละตัวก็คาดว่าจะแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ 1-3 ชั่วโมงต่อวัน

หุ่นยนต์ชนิดนี้ทำงานด้วย AI ได้ คือไม่ต้องการคนควบคุม มันจะรับรู้ว่าเครื่องดื่มขาดและหยิบเติมเอง แต่มันก็มีระบบ ‘ควบคุมระยะไกล’ ให้คน ‘บังคับ’ ในกรณีที่ทำงานผิดพลาด หรือต้องทำงานยากๆ ได้อีกด้วย

สุดท้าย นี่อาจเป็นก้าวเล็กๆ เท่านั้น เพราะ Family Mart ในญี่ปุ่นมีถึง 16,000 สาขา แต่ประเด็นคือ ถ้าเทคโนโลยีแบบนี้จะถูกเอามาใช้จริงๆ มันก็ต้องเป็นสังคมที่ขาดแคลนแรงงานอย่างวิกฤตแบบญี่ปุ่นนี่แหละ และถ้าญี่ปุ่นใช้แล้วเวิร์ค ประเทศตะวันตกก็อาจมี ‘ทางเลือก’ จะใช้หุ่นยนต์พวกนี้แทนที่จะนำเข้า ‘แรงงานผู้อพยพราคาถูก’ ดังที่เป็นในปัจจุบัน

และก็ไม่แน่ว่า การนำหุ่นยนต์มาใช้งานในร้านสะดวกซื้อนี้อาจทำให้ญี่ปุ่นทวงคืนความเป็น ‘เจ้าแห่งประเทศไฮเทค’ เพราะญี่ปุ่นก็เริ่มสูญเสียสถานะ ‘สังคมไฮเทค’ ไปแล้วถ้าเทียบกับช่วงยุค 1980s-1990s ที่คนจะมองว่าญี่ปุ่นไฮเทคมากๆ แต่ถ้าญี่ปุ่นกลับมาใช้หุ่นยนต์เยอะๆ แบบรัวๆ เพื่อทดแทนแรงงาน ไม่น่าจะเกิน 10 ปีข้างหน้า คนก็อาจไปเที่ยวญี่ปุ่นเพียงแค่จะดู ‘ความไฮเทค’ ที่หุ่นยนต์นั้นอยู่อาศัยและทำงานร่วมกับคนได้อย่างกลมกลืนก่อนที่ใดในโลกอีกครั้งก็เป็นได้

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/a.1767934240198787/3419445928380935/


Smart City Thailand : 02 054 7755
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210