EFC มหานครผลไม้พลิกชีวิตชาวสวน

 970 total views

ต้องยอมรับว่าในอดีตจนถึงปัจจุบัน ปัญหาหนึ่งของชาวสวนผลไม้ที่ต้องประสบก็คือเมื่อผลผลิตออกมาพร้อมๆ กันทำให้ราคาตกต่ำ เนื่องจากซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ไม่ขายก็ต้องขาย เพราะเก็บเอาไว้ก็เน่าเสีย บางสวนถึงขั้นยอมขาดทุน ขนมาเทกองริมถนนขายเหมือนแจกฟรี

แต่หากมีห้องเย็นขนาดใหญ่จำนวนหลายๆ ห้อง เก็บรวบรวมผลไม้ในช่วงราคาตกไว้ก่อน เพื่อนำมาขายในช่วงจังหวะที่ราคาขยับสูงขึ้นก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้

นำมาสู่แนวคิดการจัดทำโครงการ “ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC ) หรือ EFC” ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC หนึ่งในพื้นที่มีการปลูกผลไม้มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด

โดยจะมีการจัดทำระบบห้องเย็นขนาดใหญ่ (Blast freezer & Cold storage) เพื่อเก็บรวบรวมผลไม้ในภาคตะวันออกและพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศที่ออกมาพร้อมๆ กันไว้ขายในช่วงฤดูขาดแคลน ในสภาพที่สด ใหม่ รสชาติดีเหมือนเพิ่งเก็บมาจากต้นยังไงยังงั้น

นำร่องด้วยห้องเย็นเก็บผลไม้ทันสมัยขนาด 4,000 ตัน ซึ่ง ปตท.เป็นผู้ลงทุน ด้วยการนำพลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาใช้ เป็นเทคโนโลยี Blast freezer รักษาคุณภาพผลไม้ให้เสมือนเพิ่งเก็บจากสวน และระบบ Cold storage ที่จะรักษาคุณภาพผลไม้นั้นให้ขายได้ตลอดปี ไม่ต้องรีบตัด-รีบขาย-รีบส่ง เช่นในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรม Smart Park จังหวัดระยอง ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

จริงๆ จะว่าไปแล้ว โครงการนี้ตั้งไข่มาตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่สำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะมีปัญหาด้านการจัดหาพื้นที่และการชักชวนผู้ประกอบการด้านผลไม้เข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ เป็นเหตุให้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ต้องดึงโครงการดังกล่าวมาดำเนินการเอง เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามแผน และเป็นไปตามแผนการดำเนินงานของนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม

ภายในพื้นที่ระเบียงผลไม้ นอกจากการสร้างห้องเย็นสำหรับจัดเก็บผลไม้แล้ว ยังมีอาคารคลังสินค้า อาคารโลจิสติกส์และบรรจุภัณฑ์ อาคารสำนักงานด้านสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการในส่วนของผลไม้ที่จะส่งเข้ามาจำนวนหลายแสนตัน ร่วมกับแนวทางประชารัฐให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดย สกพอ. จะประสานความร่วมมือส่งเสริมด้านสิทธิประโยชน์ให้หน่วยงานรัฐและเอกชน เข้าไปลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ผลไม้ วางกลไกการบริหารและประสานผู้ที่เกี่ยวข้องมาบริหารโครงการ โดยเฉพาะเอกชนผู้เชี่ยวชาญการค้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประโยชน์จากโครงการกลับไปสู่ประชาชนในพื้นที่ คาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการผลไม้ไทยจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย

1. ปตท. เป็นผู้ลงทุนจัดทำระบบห้องเย็นนำร่องทันสมัยขนาด 4,000 ตัน (ระยะที่ 1) นำพลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ด้วยเทคโนโลยี Blast freezer เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้ให้เสมือนเพิ่งเก็บจากสวน และระบบ Cold storage ที่จะรักษาคุณภาพผลไม้นั้นให้ขายได้ตลอดปี

2. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดหาพื้นที่โดยกำหนดบริเวณส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรม Smart Park มาบตาพุด จังหวัดระยอง ระยะเริ่มต้น 40 ไร่ ซึ่งได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษที่จะได้สิทธิประโยชน์ตามมาตรการ EEC

3. สกพอ. ประสานความร่วมมือส่งเสริมด้านสิทธิประโยชน์ให้หน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบห้องเย็นและอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับผลไม้ ซึ่งจะช่วยให้ชาวสวนไม่ต้องรีบเก็บ-รีบขาย-รีบส่ง ทำให้ไม่ได้ราคา เสียคุณภาพ และเสียชื่อเสียง

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เมื่อโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออกสำเร็จ ชาวสวนจะมีรายได้ดีมั่นคง สม่ำเสมอ รวมทั้งต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางเกษตรแข่งขันได้ทั่วโลก เสริมความเข้มแข็งให้ประเทศไทย ก้าวสู่ศูนย์กลางตลาดผลไม้โลก”

เช่นเดียวกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม มั่นใจว่าโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับชาวสวนแล้ว ยังจะดึงดูดให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องเข้ามาลงทุนในนิคมฯเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการจ้างงาน การขยายตัวทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ช่วยแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรผันผวน การกำหนดราคาจากพ่อค้าคนกลาง รักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งลดความเสี่ยงด้านการตลาดของเกษตรกร

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน
นายคณิศ แสงสุพรรณ
เลขาธิการ สกพอ.

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก หรือ EFC เป็นโครงการหลักของแผนพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่ EEC ที่ปรับการทำธุรกิจให้เป็นไปตาม “ความต้องการของตลาด” (Demand Driven Approach) คือ การวางธุรกิจทั้งระบบจากการกำหนดสินค้าและบริการที่ตลาดต้องการ ไปสู่วิธีการค้า-การขนส่ง-การเพาะปลูก ให้สนองความต้องการของตลาด ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญคือ

1. ศึกษา ติดตาม ความต้องการของตลาด ในเรื่องนี้ สกพอ. กำลังศึกษาความต้องการตลาดต่างประเทศและในประเทศของผลไม้ในภาคตะวันออก เพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ

2. การวางระบบการค้าสมัยใหม่ ผ่าน e-commerce และ e-auction รวมทั้งการลงทุน packaging จากวัสดุธรรมชาติ ให้สามารถขนส่งทางอากาศได้สะดวก เพื่อให้ผลไม้ของภาคตะวันออกเข้าสู่ตลาดสากลได้ทันที

3. การลงทุนทำห้องเย็นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

4. การจัดระบบสมาชิก ชาวสวนผลไม้ สหกรณ์ ที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ได้ผลผลิตพรีเมียมตรงความต้องการของตลาด ส่งผลประโยชน์ให้เกษตรกรโดยถ้วนหน้า

“โครงการนี้จะนำร่องด้วยทุเรียน ซึ่งเป็นราชาผลไม้ของไทย ก่อนขยายไปสู่ผลไม้อื่นๆ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น อาหารทะเล ที่ต้องการเก็บรักษาคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ สีสันน่ารับประทาน สามารถนำไปขายได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้ที่มั่นคงกับเกษตรกรไทย นอกจากนี้ จะมีการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กิจกรรมแปรรูป การประมูลสินค้า และการส่งออก” นายคณิศ กล่าว 

นางสาว สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวถึงความพร้อมการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ว่า นอกจากจะเป็นนิคมฯ ที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในที่เดียวกันแล้ว ยังเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบที่มีระบบสาธารณูปโภคเพียบพร้อม รวมทั้งอาคารต่างๆ มีมาตรฐานระดับสากล คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ

ล่าสุดวันจันทร์ 25 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้ง 3 หน่วยงานคือ สกพอ. ปตท. และ กนอ. ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การจัดทำระบบห้องเย็น (Blast freezer & Cold storage) ภายใต้โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC )

สมจิณณ์ พิลึก
ผู้ว่าการ กนอ.

โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) อาคาร กสท โทรคมนาคม ชั้น 25

ว่ากันว่า ถ้าโครงการนี้ขับเคลื่อนได้ตามแผน จะเป็นแรงผลักดันสำคัญทำให้ประเทศไทยกลายเป็นมหานครผลไม้โลกกันเลยทีเดียว

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
www.salika.co/2021/01/27/efccity-of-fruits-change-the-lives-of-farmers


Smart City Thailand : 02 054 7755 , 08 6984 3245
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210