อวสานโต้รุ่ง! จีนใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้า ตรวจสอบเยาวชนที่แอบเล่นเกมจนดึก

Loading

เด็กกับเกมเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ในประเทศจีนการที่เด็กเล่นเกมจนดึกดื่นนับว่าเป็นเรื่อง ‘ไม่พึงประสงค์’ อย่างแรง และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในประเทศจีนอย่าง Tencent ได้ทำการ ‘สแกน’ ใบหน้าเหล่าเกมเมอร์ที่เล่นเกมยามค่ำคืนว่าใครเป็น ‘เด็ก’ ที่ปลอมบัญชีเป็นผู้ใหญ่เข้ามาเล่นเกมบ้าง

หลังจากที่ Tencent ซึ่งเป็นเจ้าของเกมออนไลน์จำนวนมาก เช่น Honor of Kings และ Game for Peace เริ่มต้นนโยบายนี้มาได้ราว 2 เดือน โดยผู้เล่นทุกคนจะถูกบังคับให้สแกนใบหน้าก่อนเข้าเกมเสมอ ตั้งแต่เวลา 22.00-8.00 น.

ที่บริษัททำแบบนี้ไม่ใช่เป็นการบีบบังคับเด็กจีนเล่นๆ เพราะถ้าคิดดูแล้วยิ่งเด็กเล่นเกมมากเท่าไร บริษัทก็น่าจะชอบใจมากขึ้นเท่านั้น แต่นี่เป็นการตอบสนองต่อนโยบายรัฐที่จำกัดชั่วโมงการเล่นเกมของผู้เยาว์ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด โดยที่ไม่ให้เล่นเกมช่วงกลางดึก และจำกัดเวลาการเล่นในแต่ละวัน ให้เล่นได้ 1.5 ชั่วโมงในวันธรรมดาและ 3 ชั่วโมงในวันหยุด

แต่ก่อนหน้านี้เยาวชนจีนจำนวนไม่น้อยที่ทำการ ‘แหก’ กฎโดยการใช้บัญชีปลอมหรือบัญชีของผู้ใหญ่คนอื่นเพื่อมาเล่นเกมตอนกลางคืน ทาง Tencent จึงออกนโยบายสแกนใบหน้าขึ้นมาเพื่อไม่ให้เยาวชนแอบแหกกฎด้วยวิธีต่างๆ โดยที่ถ้าหากสแกนแล้วพบว่าเป็นเยาวชนก็จะถูกไล่ออกจากเกมทันที

เทคโนโลยีสแกนใบหน้าของ Tencent ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2018 เพื่อตรวจจับใบหน้าของผู้เล่นเกมซึ่งมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น การสแกนใบหน้าของผู้เล่นอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีพฤติกรรมใช้จ่ายในเกมมากกว่า 1,000 หยวน (ราว 5,051 บาท) เพราะมีแนวโน้มว่าจะเป็นการขโมยบัตรเครดิตของปู่ย่าตายายมาใช้มากกว่าที่คนแก่เหล่านั้นจะเล่นเกมเอง

จากนั้นเมื่อสแกนใบหน้าเสร็จจะมีการยืนยันตัวตนโดยใช้ฐานข้อมูลจากตำรวจซึ่งร่วมกับรัฐ โดยเมื่อเดือนมิถุนายนในปี 2021 Tencent กล่าวว่า มีการสแกนใบหน้าราว 5.8 ล้านบัญชีทุกๆ วัน

ปัจจุบันประเทศจีนกำลังเดินหน้าด้านการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ซึ่งมีการพัฒนานวัตกรรมมากมาย ทางรัฐบาลจีนพยายามทำให้เหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อยู่ภายใต้กฎที่เข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการผูกขาดและการจัดการข้อมูลของผู้ใช้งานต่างๆ โดยให้มีการจัดการให้อยู่ภายใต้การตรวจสอบด้านความมั่นคง และอีกสิ่งหนึ่งที่บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายถูกขอให้ทำก็คือ ป้องกันไม่ให้เยาวชนใช้เวลาและเงินทองกับการเล่นเกมมากจนเกินไป ซึ่งคำว่ามากเกินไปก็รวมถึงการเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น สตรีมมิ่ง หรือ TikTok ด้วย

อย่างไรก็ดี นโยบายการสแกนใบหน้าตอนกลางคืนทำให้ประชาชนจีนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศจีนหลายคนระมัดระวังตัวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้ามากขึ้นเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย

ส่วนในเรื่องการควบคุมเยาวชนไม่ให้เล่นเกมดึกได้หรือไม่นั้น ต้องบอกว่ามีเด็กจำนวนมากที่หาหนทางในการเข้าเล่นเกมด้วยวิธีต่างๆ เช่น การให้พ่อกับแม่ช่วยสแกนใบหน้าให้ หรือเมื่อไม่นานมานี้ในมณฑลกวางตุ้งได้มีการจับกุมขบวนการที่ช่วยให้เยาวชนสแกนใบหน้าเพื่อเล่นเกมตอนกลางคืนได้ถึง 9 คน โดยใช้ข้อมูลประจำตัวของผู้คนในโลกออนไลน์เพื่อสร้างภาพเคลื่อนไหวของใบหน้าด้วยซอฟต์แวร์ สแกนแทนใบหน้าจริง

เอาเป็นว่าเด็กๆ ก็ยังไม่ยอมแพ้ในการสู้เพื่อเล่นเกมยามค่ำคืนเช่นเดียวกัน

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/a.1767934240198787/3381183052207223/


Smart City Thailand : 02 054 7755
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210