“หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร” กลายเป็น “ของเด็กเล่น” เมื่อเจอกับ Chef Robot

Loading

ภัตตาคาร CaliExpress ในเมือง Pasadena รัฐ California นำร่องการเป็นร้านอาหารอัตโนมัติแห่งแรกของโลกที่ใช้ “หุ่นยนต์พ่อครัว” หรือ Chef Robotics ในการปรุงเมนูเด็ดของทางร้าน

จากภาพ จะเห็นได้ว่า “เชฟหุ่นยนต์” กำลังผสมน้ำสลัดในระหว่างการสาธิตการปรุงอาหารที่งาน CES Tech Show ในนคร Las Vegas เมื่อไม่นานมานี้

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ว่าทุกวันนี้ บทบาทของหุ่นยนต์ในภาคบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมอาหาร และธุรกิจภัตตาคาร เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างที่จับต้องได้มากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากเริ่มมีการนำร่อง “หุ่นยนต์เด็กเสิร์ฟ” เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง COVID-19 โดยในปัจจุบัน โมเดล “หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร” กำลังแพร่กระจายออกไปในร้านอาหารทั่วทุกมุมโลก

ล่าสุด สมาคมภัตตาคารในสหรัฐอเมริกา ได้จับมือร่วมกันพัฒนาร้านอาหารที่ผนึกกำลังทั้งหุ่นยนต์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และขุมพลังของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) มาไว้ในร้านอาหารเดียวกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภัตตาคาร CaliExpress ในเมือง Pasadena รัฐ California นำร่องการเป็นร้านอาหารอัตโนมัติแห่งแรกของโลกที่ใช้ “หุ่นยนต์พ่อครัว” หรือ Chef Robotics ในการปรุงเมนูเด็ดของทางร้าน

เพราะ CaliExpress ถือเป็นร้านอาหารอัตโนมัติเต็มรูปแบบแห่งแรกของโลก ที่นำเอา Robotics และ AI มาปรับใช้ เพื่อให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขั้นตอนการปรุงอาหารให้แก่ลูกค้า

ซึ่งพนักงานทั้งหมดของ CaliExpress จะทำหน้าที่เพียงรวบรวมอาหาร และจัดลงบรรจุภัณฑ์ เช่น จาน หรือกล่องข้าวเท่านั้น

ด้านหลังครัว จะเป็นตู้แช่เย็นที่ใช้สำหรับเก็บรักษาเนื้อสัตว์ที่หั่นเป็นชิ้นเอาไว้ ซึ่งเนื้อสัตว์แต่ละชิ้น จะถูกบด และปั้นขึ้นรูป แบบสดใหม่ทุกวันตามออร์เดอร์ของลูกค้า

และภายในห้องครัวที่ด้านหลังภายในร้าน CaliExpress จะติดตั้ง “หุ่นยนต์พ่อครัว” หลายสถานีด้วยกัน โดย Chef Robot เหล่านี้ ทุกๆ ตัว จะถูกมอบหมายให้ปรุงอาหารที่แตกต่างเมนูกันออกไป

บางสถานีทำหน้าที่ต้ม บางสถานีทำหน้าที่ผัด บางสถานีทำหน้าที่แกง บางสถานทำหน้าที่ทอด หอมอร่อยในพริบตา

ขณะที่ด้านหน้าร้าน เทคโนโลยีหุ่นยนต์จดจำใบหน้า จะรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแต่ละคน โดยสามารถส่งคำสั่งเพื่อปรับแต่งจานอาหารให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

รวมถึง “หุ่นยนต์แคชเชียร์” จะดูแลเรื่องการชำระเงิน ซึ่งบริการจากหุ่นยนต์นั้น ไม่มีการเรียกร้องเงินพิเศษตอบแทนการให้บริการ หรือ “ทิป” ใดๆ จากลูกค้าสักแอะ

จะเห็นได้ว่า การนำ Robotics และ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจร้านอาหาร ถือเป็นการ “ปฏิวัติความปลอดภัย” ให้กับอาหารทุกจาน เพราะเราจะไม่พบการปรุงเมนูที่คลาดเคลื่อน หรือปล่อยให้วัตถุดิบบนเตาไหม้เกรียม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ถือเป็นการช่วยลดขยะวัตถุดิบ และเมนูที่ไม่ผ่าน QC โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหาร

เจ้าของภัตตาคาร CaliExpress บอกว่า ที่ CaliExpress เราให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมธุรกิจร้านอาหาร

“หากพิจารณากันอย่างลึกซึ้ง เราจะพบว่า ธุรกิจร้านอาหารในอดีต ขาดแคลนเทคโนโลยีดีๆ ต่างจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่อุดมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดเวลา”

เหตุผลหลักก็คือ ในช่วงที่ผ่านมา เทคโนโลยีล้ำสมัยยังเข้าไปไม่ถึงธุรกิจร้านอาหารนั่นเอง

สำหรับในมุมมองของลูกค้าแล้ว “หุ่นยนต์พ่อครัว” เป็น “พนักงานที่สมบูรณ์แบบ” ไม่มีการเรียกทิป หรือร้องขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่รวมตัวประท้วงเพื่อขอขึ้นค่าแรงต่อชั่วโมงเพิ่ม

ปัจจุบัน แม้ว่ายังไม่มีตัวเลขค่าใช้จ่ายที่แน่ชัดในด้านการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมหุ่นยนต์ แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างพากันออกมาให้ความเห็นว่า ประเด็นนี้ไม่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับงานบริการแต่อย่างใด

มีการวิเคราะห์กันว่า ในอนาคตอันใกล้จำนวนพนักงานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากเดิมที่มีประมาณ 6 คนต่อหนึ่งกะ อาจจะเหลือพนักงานเพียงคนเดียว ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ราว 80% เลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า การนำ “หุ่นยนต์พ่อครัว” เข้ามาช่วยงานในร้านอาหาร สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานได้เป็นอย่างมาก สิ่งนี้ถือเป็นแรงผลักสำคัญ ที่ทำให้ “หุ่นยนต์พ่อครัว” ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้นี้จริงๆ

เพราะหากมองในมุมของนายจ้างแล้ว การจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้กับพนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด จะทำให้ค่าจ้างแรงงานโดยรวมเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เป็นความพยายามในการดึงแรงงานกลับเข้าสู่ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดหลัง COVID ทว่า การเลือกใช้หุ่นยนต์ จะช่วยหลีกเลี่ยงค่าจ้างที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุผลหลักอีกประการก็คือ หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถปฏิบัติภารกิจยากๆ หรือเสี่ยงอันตรายที่แรงงานซึ่งเป็นมนุษย์เคยปฏิเสธ

ในมุมของลูกค้า ความตื่นตาตื่นใจที่ได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ที่ได้รับจากบริการของหุ่นยนต์ เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ

ทว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจมาพร้อมกับปัญหาด้านเทคนิค และบางครั้งลูกค้าต้องการสื่อสารกับพนักงานที่เป็นมนุษย์จริงๆ มากกว่า เพราะหลายครั้งที่มักได้ยินพนักงานภัตตาคารบ่นว่า ไม่มี Skill มาพอสำหรับการตรวจสอบ หรือซ่อมแซมอุปกรณ์อัตโนมัติเหล่านี้ในเบื้องต้นก่อนที่ช่างจะมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าบางคนจะหงุดหงิดมาก ที่จะต้องสื่อสารกับหุ่นยนต์ แทนที่จะได้พูดคุยกับพนักงานที่เป็นมนุษย์จริงๆ เหมือนในปัจจุบัน เพราะลูกค้าจำนวนมากยังมีความเชื่อที่ว่า พนักงานที่เป็นคน สามารถให้ความช่วยเหลือ หรือช่วยแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ดีกว่าหุ่นยนต์

ทั้งนี้ แม้ว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์จะขยายเข้าไปในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การใช้หุ่นยนต์ในภัตตาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าที่ปรุงอาหาร นั้น เสียงตอบรับของผู้บริโภคมีความสำคัญมากในแง่ที่ว่า ความคิดเห็นของลูกค้าจะถูกใช้ เพื่อประเมินว่า โลกใบนี้ พร้อมรับมือกับ Chef Robot จริงๆ แล้วใช่หรือไม่นั่นเอง

แหล่งข้อมูล

https://www.salika.co/2024/03/01/chef-robot-caliexpress/


Smart City Thailand : 02 054 7755
Contact us : thunya.b@gmail.com | thunya@securitysystems.in.th

© smartcitythailand 11 โกสุมรวมใจ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210